logo
logo
สำรวจใจ
รู้จักใจ
เติมเต็มใจ
ติดต่อเรา
ที่พักใจ
สำรวจใจ
รู้จักใจ

เติมเต็มใจ

บทความจากใจ
ถาม - ตอบจากใจ
ขอความช่วยเหลือ
ติดต่อเรา
logo

สายด่วนสุขภาพจิต

1323
logo

เว็บไซต์ให้ความรู้และเครื่องมือสำหรับการดูแลสุขภาพจิต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน

ติดต่อเราได้ที่

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
02-590-8444
info@สุขภาพจิต.com

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

moph logo
สำรวจใจรู้จักใจติดต่อเรานโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขการใช้งาน

เติมเต็มใจ

บทความจากใจถาม - ตอบจากใจขอความช่วยเหลือ
สำรวจใจรู้จักใจติดต่อเรา

เติมเต็มใจ

บทความจากใจถาม - ตอบจากใจขอความช่วยเหลือ
นโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขการใช้งาน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

moph logo

ติดต่อเราได้ที่

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
02-590-8444
info@สุขภาพจิต.com

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

moph logo

© 2026 สุขภาพจิต.com สงวนลิขสิทธิ์

อัปเดตใจ

โรคบกพร่องทางการเรียนรู้ (Specific Learning Disorder: LD)

29/06/2569

10

News Detail
BannerEllipseLeftBannerEllipseRight

โรคบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อว่า LD (Learning Disorder) เป็นความผิดปกติทางพัฒนาการระบบประสาทที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการเรียนรู้ทักษะทางวิชาการเฉพาะด้าน เช่น การอ่าน การเขียน หรือการคำนวณ โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กจะทำได้ต่ำกว่าเด็กคนอื่นที่มีอายุและระดับสติปัญญา (IQ) เท่ากันอย่างชัดเจน

เกณฑ์การวินิจฉัยมาตรฐานและการจำแนกประเภท

สามารถจำแนกได้ตามทักษะที่บกพร่อง ซึ่งประกอบด้วย 3 ประเภทหลัก ดังนี้

  1. ความบกพร่องด้านการอ่าน เป็นความยากลำบากในการประมวลผลภาษาทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและภาษาพูด อาการรวมถึงปัญหาในการถอดรหัสคำ, อ่านผิดพลาด, อ่านไม่คล่อง, อ่านข้าม หรือตกหล่น, รวมถึงการสับสนคำที่คล้ายกัน และไม่สามารถอ่านคำที่ไม่คุ้นเคยได้
  2. ความบกพร่องด้านการเขียน ปัญหานี้ส่งผลต่อความสามารถในการแสดงออกผ่านการเขียน เด็กจะประสบความยากลำบากในการควบคุมการเขียน ทำให้ลายมืออ่านยาก หรือเขียนไม่คล่อง นอกจากนี้ยังรวมถึงปัญหาในการสะกดคำผิดบ่อย, ใช้ไวยากรณ์ผิด, การเรียงลำดับเนื้อเรื่องที่เขียนไม่ได้ และไม่สามารถถ่ายทอดความคิดผ่านการเขียนออกมาเป็นประโยคที่ถูกต้อง
  3. ความบกพร่องด้านคณิตศาสตร์ ความยากลำบากในการทำความเข้าใจแนวคิดทางตัวเลขและการดำเนินการ เด็กที่มีปัญหานี้จะเข้าใจในเรื่องค่าของตัวเลขหลักต่างๆ ยาก มีปัญหาในการนับจำนวน ไม่สามารถคำนวณพื้นฐาน (บวก ลบ คูณ หาร) ตามกฎเกณฑ์ที่ถูกต้อง และขาดทักษะในการวิเคราะห์หรือแก้โจทย์ปัญหา

ปัญหาทางจิตเวชที่พบร่วม 

  • โรคสมาธิสั้น (ADHD) เป็นภาวะที่พบมากที่สุด ความบกพร่องร่วมกันนี้มักนำไปสู่ปัญหาด้านความสามารถในการบริหารจัดการ (Executive Function: EF) ซึ่งหมายถึงทักษะสมองขั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับวินัย การวางแผน และการควบคุมตนเอง การที่เด็กต้องใช้เวลาในการเรียนรู้มากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว แต่ยังขาดทักษะ EF จะยิ่งทำให้การอดทนต่อการเรียนและการทำงานให้สำเร็จเป็นไปได้ยาก
  • ความบกพร่องด้านภาษาและการสื่อสาร ปัญหาด้านนี้มักพบร่วมด้วย เนื่องจากมีความบกพร่องในการทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องกับภาษาเดียวกัน นอกจากนี้ยังอาจมีความวิตกกังวล, ภาวะซึมเศร้า หรืออารมณ์สองขั้วได้


วิธีสังเกตอาการของโรคบกพร่องทางการเรียนรู้

อาการของ LD จะแสดงออกชัดเจนขึ้นตามพัฒนาการ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัยเรียน

ปฐมวัย (ก่อน 6 ปี)

  • พูดช้า หรือใช้ภาษาไม่สมวัย
  • สับสนคำคล้องจอง หรือไม่เข้าใจคำสัมผัส
  • จำตัวอักษรหรือเสียงตัวอักษรไม่ได้
  • พัฒนาการกล้ามเนื้อช้า งุ่มง่าม ทรงตัวไม่ดี ผูกเชือกรองเท้าไม่เป็น
  • ไม่เข้าใจแนวคิดเชิงมิติ เช่น บน-ล่าง หรือ ซ้าย-ขวา

ประถมศึกษา

  • มีปัญหาในการเรียน
  • อ่านผิด อ่านช้า อ่านข้าม ผสมคำและผันเสียงวรรณยุกต์ไม่เป็น
  • เขียนผิดบ่อย ลายมืออ่านยาก
  • คิดเลขผิดบ่อย ไม่เข้าใจค่าของตัวเลขหลักต่าง ๆ และการคำนวณพื้นฐาน

มัธยมศึกษาและวัยทำงาน

  • ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการอ่าน
  • อ่านได้ช้า ต้องอ่านซ้ำหลายรอบจึงจะเข้าใจเนื้อหา
  • หลบเลี่ยงการอ่านหรือการทำงานวิชาการ
  • ปัญหาด้านอารมณ์หรือสังคม เริ่มมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคต และมีปัญหาความนับถือตนเอง เนื่องจากความล้มเหลวทางการเรียนที่ต่อเนื่อง

การพัฒนาศักยภาพและการช่วยเหลือเฉพาะบุคคล

1. การสอนเสริมเฉพาะด้าน 

เน้นการช่วยเหลือเด็กแบบรายบุคคลตามจุดบกพร่อง เช่น

  • เด็กอ่านไม่คล่อง ใช้วิธีอ่านตามครู ฟังเสียงอ่านซ้ำ หรือใช้หนังสือเสียง
  • เด็กเขียนไม่ถนัด ใช้แบบฝึกเขียน หรือเครื่องมือช่วยเขียน (เครื่องพิมพ์ดีด หรือคอมพิวเตอร์)
  • เด็กมีปัญหาด้านการจำหรือเข้าใจช้า ใช้ภาพ เพลง เกม หรือกิจกรรมช่วยจำ
  • เป้าหมายคือให้เด็ก “เรียนรู้ในวิธีของตัวเอง” และค่อยๆ เพิ่มความมั่นใจในการเรียน

2. แผนการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Plan; IEP)

ครูและผู้ปกครองร่วมกันวางแผนปรับหลักสูตร เนื้อหา และวิธีสอนให้เหมาะกับความสามารถของเด็กแต่ละคน เช่น

  • ลดปริมาณเนื้อหาที่ซ้ำซ้อน
  • ใช้วิธีสอนแบบลงมือทำมากกว่าอ่าน
  • ประเมินผลด้วยการพูด แทนการเขียนหรือตอบข้อสอบยาว

3. การบำบัดทางจิตใจและพฤติกรรม

นักจิตวิทยาอาจช่วยฝึกทักษะการควบคุมอารมณ์และสร้างแรงจูงใจในการเรียนช่วยให้เด็กมีความมั่นใจในตัวเอง ลดความเครียดจากการเรียนรู้ที่ยากลำบาก และพัฒนา “ความภาคภูมิใจในตนเอง” และการเห็นคุณค่าในตนเองให้กลับคืนมา

4. การสนับสนุนจากครอบครัวและโรงเรียน

ครอบครัวควรเข้าใจและให้กำลังใจ ไม่ตำหนิหรือเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น โรงเรียนควรจัดสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร สนับสนุนครูให้มีความรู้เรื่อง SLD และจัดกิจกรรมส่งเสริมจุดแข็งของเด็ก เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ หรือกิจกรรมที่เด็กถนัด

5. การรักษาร่วมในกรณีมีโรคอื่นร่วมด้วย

หากเด็กมี สมาธิสั้น (ADHD) หรือ โรควิตกกังวล หรือ ซึมเศร้า ควรได้รับการดูแลจากแพทย์จิตเวชเด็กและวัยรุ่นร่วมด้วยเพื่อให้การรักษาครอบคลุมทั้งด้านอารมณ์ พฤติกรรม และการเรียนรู้

แชร์เลย